Home ประวัติและความเป็นมาของป่าดงหนองเอียด
ประวัติดงหนองเอียด และ หนองบัวปัดน้ำ

 ที่ตั้ง

            ทิศเหนือ จด        บ้านดงแดง หมู่ที่ 13 ต.ดงแดง ห่างหมู่บ้าน 400 เมตร

            ทิศใต้                จด        ทุ่งนา  และตำบลดงกลาง

            ทิศตะวันออก       จด        ทุ่งนา 

            ทิศตะวันตก         จด        บ้านหนองเพียขันธ์  หมู่ 6  ต.ดงแดง

 

ลักษณะของป่า

            เป็นป่าเบญจพรรณ เป็นป่าตามธรรมชาติ ในอดีตเป็นป่าทึบ เป็นป่าผลัดใบ มีไม้นานาชนิด เช่น ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้กระบาก เป็นต้น เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด แต่ปัจจุบันต้นไม้ขนาดใหญ่แทบไม่เหลือให้เห็นซึ่งเกิดจากฝีมือมนุษย์  ในป่านี้จะมีสิ่งที่น่าศึกษาอยู่ 2 อย่างคือ

1. ทางลึก(ถนนลึก) มีอยู่ 2 เส้น ทั้ง 2 เส้นจะยาวจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ของป่า

เส้นแรก  อยู่ทางด้านตะวันออก อยู่ห่างจากชายป่าด้านตะวันออกประมาณ 200 เมตร ลึกเกือบ 3 เมตร ส่วนที่ลึกยาวประมาณ 300  เมตร แต่มีความยาวตลอดสาย ทั้งลึกและไม่ลึกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ปัจจุบันทางลึกเลิกใช้แล้ว เปลี่ยนมาใช้ถนนที่อยู่ใกล้ ๆ แทน

ในอดีตถนนสายนี้จะใช้สัญจรไปมาระหว่างบ้านดงแดงกับบ้านหัวนาคำ และบ้านนางาม ตำบลดงกลาง

สาเหตุที่เกิดทางลึก จากที่ได้สอบถามคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านและที่เล่าสืบต่อกันมาว่า สาเหตุที่เกิดเป็นทางลึกนั้นเกิดจากคนเป็นผู้สร้าง ตอนแรกเป็นเพียงถางป่าทึบเป็นทางสัญจรไปมาหาสู่กันระหว่างบ้านดงแดงกับบ้านอื่น ๆ  เนื่องจากรอบป่าไม่มีถนน จึงต้องตัดถนนผ่านป่า เนื่องจากป่าเป็นที่สูง ฝนตกได้กัดเซาะทำให้ถนนลึกลงเรื่อย ๆ จนถนนมีระดับเดียวกับทุ่งนาในปัจจุบัน

สิ่งที่แปลกกว่าถนนอื่น ๆ คือ เมื่อท่านลองเดินตามทางลึกจากทิศเหนือไปทางทิศใต้เกือบหมดทางลึกจะพบรากไม้เหมือนหัวช้างชาวบ้านเรียกว่า ที่พักกฐิน อยู่ทางขวามือของทางลึก

ทางลึกเส้นที่ 2  อยู่ห่างจากเส้นแรกไปทางทิศตะวันตกประมาณ  500  เมตร จะตัดป่าจากทิศเหนือไปทิศใต้ ที่ลึกที่สุดประมาณ  2  เมตร ยาวประมาณ  200  เมตร จะเชื่อมระหว่างบ้านดงแดงหมู่ 13 ไปยังทุ่งนา  สาเหตุที่เกิดทางลึก  คงจะเกิดเช่นเดียวกับเส้นแรก

2.หนองบัวปัดน้ำ

เป็นหนองน้ำขนาดเล็กอยู่กลางป่า มีขนาด 15 x 20  เมตร ถ้าท่านเดินทางตามทางลึกเส้นที่ 2 ประมาณ 150  เมตรหนองบัวปัดน้ำจะอยู่ซ้ายมือ มีถนนสายเล็ก ๆ มีผู้เล่าสืบต่อกันมาว่าที่หนองบัวปัดน้ำจะเป็นที่สัตว์ป่า เช่น หมูป่า สัตว์ป่าอาศัยน้ำในหนองดื่มกิน 

อาถรรพ์ของหนองบัวปัดน้ำ

จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ เกี่ยวกับอาถรรพ์ของสถานที่ต่าง ๆ มีจริง มักจะเกิดขึ้นบ่อย จะปรากฏให้เห็นเป็นภาพต่าง ๆ สถานที่เกิดอาถรรพ์นั้นมีทั้งที่เกิดในวัดเก่าแก่ หรือวัดร้าง โพนตามท้องไร่ ท้องนา หนองน้ำ และป่าเป็นต้น ต้นไม้ขนาดใหญ่ทุกต้นจะมีรุกขเทวดารักษา บางที่บางแห่งที่กล่าวมาแล้วจะมีสิ่งเร้นลับ มีเจ้ามีจอม ไม่เห็นตัวตนอย่าลบหลู่

หนองบัวปัดน้ำก็เป็นสถานที่ที่มีอาถรรพ์ ต้องมีเจ้า มีจอมรักษา มักปรากฏเห็นสิ่งเหล่านี้

1.        ผีหัวแสง         จะปรากฏในเวลากลางคืน ในอดีตแต่ละคืนจะมีผีหัวแสงหลายแสง มีลักษณะแสงสว่างลูกกลม ๆ จะเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ ถ้าคนเข้าไปใกล้แสงจะดับจะเคลื่อนที่ไปส่องสว่างที่ไกลออกไปเรื่อย ๆ หนองบัวปัดน้ำก็เป็นที่ที่เกิดผีหัวแสง ผีหัวแสงจะกลัวคน ไม่เข้าใกล้คน ในปัจจุบันนาน ๆ ครั้งจึงจะพบเห็น ทั้งนี้อาจเกิดจากผีหัวแสงไม่มีที่อยู่อาศัย เพราะฝีมือมนุษย์ได้ทำลายที่อยู่ของมันเช่น ตัดต้นไม้ โค่นจอมปลวก  โค่นโพนใหญ่ ๆ เป็นต้น

2.        งูใหญ่   ในบริเวณใกล้หนองบัวปัดน้ำมีผู้คนเห็นงูใหญ่โดยบังเอิญ ส่วนมากผู้หญิงสูงอายุที่เดินทางเข้าไปเก็บเห็ด หาฟืน หาของป่า ในขณะที่กำลังเก็บเห็ดได้ยินเสียงสัตว์ส่งเสียงดังในบริเวณใกล้ ๆจึงมองไปยังที่มาของเสียงนั้นเขาแทบช็อคจากภาพที่เห็นคือ เห็นงูขนาดใหญ่มากชูหัวขึ้นจะมองมาทางหญิงคนนั้น(แกเข้าป่าคนเดียว)พอรวบรวมสติได้รีบวิ่งออกจากป่า ตะกร้าที่ถืออยู่ในมือหลุดมือ วิ่งกลับบ้านทั้งร้องไห้ตัวเปล่า งูใหญ่ที่เห็นนั้นชาวบ้านบอกว่าเป็นงูเจ้าพ่อหรืองูผี นาน ๆ จะมีผู้พบเห็น

3.        การหลงป่า   คนจำนวนมากที่เดินทางเข้าป่าดงหนองเอียด หนองบัวปัดน้ำเพื่อหาของป่า เช่นหาผัก หาฟืน ขุดมัน และเก็บเห็ด เป็นต้น เนื่องจากในป่าจะมีเถาวัลย์ชนิดหนึ่งชื่อ เขาหลงเป็นเถาวัลย์ที่เกิดทั่วไปในป่ามีทั้งในที่สูงและที่ต่ำ เมื่อคนเดินผ่านแตะต้องกับมันจะทำให้คนผู้นั้นกลับบ้านไม่ถูก ถ้าไปคนเดียวบางคนต้องเดินวนเวียนอยู่ในป่าตลอดวันทั้งเหนื่อยทั้งร้องไห้  กว่าจะกลับบ้านได้เหนื่อยแทบตาย  บางครั้งญาติต้องตามหาในป่าพากลับบ้าน ในช่วงที่กำลังเดินกลับบ้านนั้นเขาจะจดจำเส้นทางที่เคยใช้ไปมาไม่ได้เลยบางคนถึงเรือนของตนยังไม่แน่ใจว่าเป็นเรือนของตน นี่แหละเป็นผลจากการไปถูกเข้ากับ เครือเขาหลงต้องระวังในการเดินป่า ผู้เขียนเคยเจอมาแล้ว

4.        ต้นไม้มีพิษ    ในป่ามีต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีพิษแต่ไม่ถึงกับชีวิต เพียงสร้างความรำคาญและทรมานได้แก่ ต้นน้ำเกลี้ยงเมื่อผู้คนเดินเข้าใกล้แม้ไม่จับหรือแตะลำต้นของมัน พิษของมันจะทำให้ผิวกายของคนคันระคาย จะเกิดเป็นตุ่มเต็มตัวและคันบวม กว่าจะหายกินเวลาหลายวันชาวบ้านเรียกว่า คนเป็นน้ำเกลี้ยง เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ แต่ไม่ติดน้ำเกลี้ยงทุกคน บางคนแม้จะจับต้องลำต้นก็ไม่เป็นตุ่มหรือไม่ได้รับพิษจากต้นน้ำเกลี้ยง

 

นายสมาน  สมัครวงศ์   ผู้ให้ข้อมูล           

 
All site contents copyright @ Dong Nong Iad Comunity Forest ,